Summoner Master Forum
January 27, 2026, 09:16:13 AM *
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News: ประกาศใช้เวบบอร์ดใหม่ http://www.stmagnusgame.com/webboard/index.php

 
   Home   Help Login Register  
Pages: [1]
  Print  
Author Topic: 2 ตุลาคม ศาสนจักรกำหนดเป็นวันฉลองอารักขเทวดา(Guardian Angel)  (Read 12702 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
เซนต์ แมกนัส
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 4593



« on: October 03, 2002, 07:11:00 AM »



พระวรสารได้พูดถึงเทวดาบ่อยครั้งพอสมควร เป็นต้นพระเยซูเจ้าเองได้ทรงยืนยัน เรื่องนี้เวลาที่พระองค์ทรงป้องกันพวกเด็กๆ โดยได้บอกว่า “เทวดาของพวกเด็ก ๆ เหล่านี้อยู่เฉพาะพระพักตร์พระบิดาเสมอ” (มธ 18:10)



แรกเริ่มเดิมทีพิธีเคารพให้เกียรติแก่เทวดารักษาตัวนั้นรวมอยู่กับวันฉลองอัครเทวดามีคาแอล แต่ว่าจากศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา ก็ปรากฏว่ามีศาสนจักรหลายท้องที่ที่ได้ฉลองอารักขเทวดานี้ได้เริ่มเข้ามาใช้ในปฏิทินโรมันเมื่อปี 1615

ประวัติศาสตร์แห่งความรอดได้มาสู่ทุกคนในสภาพชีวิตที่เป็นจริงของแต่ละคน พระคัมภีร์เองก็ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า “เทวดาของเราจะเดินหน้าท่าน” ( อพย 23:20-23 ) และคำมั่นสัญญานี้ได้เป็นความจริงสำหรับประชากรผู้ได้รับเลือกสรร สำหรับพระศาสนจักร สำหรับพระศาสนจักรท้องถิ่นแต่ละแห่ง สำหรับทุกๆ กลุ่มหรือทุกๆ สังคม และที่สุดสำหรับ แต่ละคนด้วย โดยนัยนี้ที่มีนักบุญเป็นจำนวนมากได้มีความสนิทสนมเป็นพิเศษและความศรัทธาภักดีต่ออารักขเทวดาของตน

ในความสัมพันธ์กันทั่วพระศาสนจักรที่กำลังเดินหน้าไปสู่สวรรค์บ้านเกิดเมืองนอน ที่แท้จริง เราให้ความเคารพต่อบรรดาเทวดา และให้เราสรรเสริญขอบพระคุณพระเจ้าที่ ได้ให้เราได้มีประสบการณ์ในคำเสนออ้อนวอนอันทรงฤทธิ์ของอารักขเทวดานี้ “จนกว่าพระคริสตเจ้าจะ เสด็จมาในพระเกียรติมงคลของพระองค์และบรรดาเทวดาทั้งหลายด้วย” ( เทียบ มธ 25:31 ) และเมื่อได้ทำลายความตายให้พินาศไปแล้ว พระองค์จะได้ถวายทุกสิ่งทุกอย่างไว้ที่เชิงพระบาทของพระบิดาเจ้า ( เทียบ 1 คร 15:26-27 และ LG 49 )

เทวดาองค์หนึ่งได้นำข่าวมาแจ้งแด่พระนางมารีย์ “เมื่อพระบุตรจะทรงรับเอากาย” ในสวนเกทเซมานี เทวดาองค์หนึ่งได้มารับเอาการถวายของพระคริสตเจ้า “โอ้ข้าแต่พระบิดาเจ้า.. แต่ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์” และก็เป็นเทวดาอีกองค์หนึ่งในอาภรณ์สีขาวที่ได้ แจ้งข่าวการเสด็จกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้า เทวดาองค์นี้ได้บอกให้พวกสตรีที่มายังพระคูหาอย่าได้ตกใจกลัวไปเลย โดยได้บอกว่า “อย่ากลัว พระองค์มิได้อยู่ที่นี่พระองค์ได้ทรงกลับคืนชีพ แล้ว” เช่นเดียวกันทุกวันนี้ บรรดาเทวดาของพระเจ้าก็ได้ร่วมมือกับพระศาสนจักรอย่างน่าพิศวงเพื่อให้พระศาสนจักรได้บันดาลให้การระลึกถึง “การเสด็จมารับสภาพเป็นมนุษย์ พระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า พระคริสตเจ้าของเราได้สำเร็จบริบูรณ์ไป โดยอาศัยความช่วยเหลือของท่าน ให้เราได้ออกแรงทำงานเพื่อว่าธรรมล้ำลึกปัสกา จะได้สามารถบรรลุถึงความสำเร็จขั้นบริบูรณ์ในตัวเรา คือจนกว่าเราจะได้มีส่วนในชีวิตนิรันดรพร้อมกับท่านในบ้านของพระบิดา


« Last Edit: October 02, 2004, 12:02:41 PM by ฟีโนมีนอน ปาร์ตี้ » Logged


เซนต์ แมกนัส
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 4593



« Reply #1 on: October 03, 2002, 07:20:33 AM »

อพย 23:20-23ก

พระเจ้าตรัสดังนี้

“นี่แน่ะ เราจะส่งทูตสวรรค์ของเรานำหน้าเจ้า เพื่อคอยระวังรักษาเจ้าตามทาง และเพื่อนำเจ้าไปยังสถานที่ที่เราได้เตรียมไว้ จงเอาใจใส่ต่อท่าน และจงฟังเสียงของท่าน อย่าขัดใจท่าน เพราะว่าท่านจะไม่ยกโทษให้เจ้า เพราะว่า นามของเราอยู่กับท่าน ถ้าเจ้าตั้งใจฟังเสียงของท่าน และกระทำทุกสิ่งที่เราบอก เราก็จะเป็นศัตรูกับศัตรูของเจ้า และจะเป็นอริกับคู่อริของเจ้า ทูตสวรรค์ของเราจะเดินนำหน้าเจ้า”



« Last Edit: October 02, 2004, 12:02:44 PM by ฟีโนมีนอน ปาร์ตี้ » Logged


เซนต์ แมกนัส
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 4593



« Reply #2 on: October 03, 2002, 07:23:15 AM »



พระวรสารนักบุญมัทธิว                                                                               มธ 18:1-5,10

เวลานั้น ขณะนั้น บรรดาศิษย์เข้ามาเฝ้าพระเยซูเจ้าทูลถามว่า ‘ผู้ใดใหญ่ที่สุดในอาณาจักรสวรรค์?’

พระเยซูเจ้าทรงเรียกเด็กเล็กๆ คนหนึ่งให้มายืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา แล้วตรัสว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กลับเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ท่านจะเข้าอาณาจักรสวรรค์ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ผู้ใดที่ถ่อมตนลงเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ คนนี้ ผู้นั้นจะยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรสวรรค์

‘ผู้ใดต้อนรับเด็กเล็กๆ เช่นนี้ในนามของเรา ผู้นั้นต้อนรับเรา’

“จงระวังให้ดี อย่าดูหมิ่นคนธรรมดาๆ เหล่านี้คนใดเลย เราบอกท่านทั้งหลายว่า ตลอดเวลาในสวรรค์ทูตสวรรค์ของเขาเฝ้าชมพระพักต์พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์”

« Last Edit: October 02, 2004, 11:36:32 AM by ฟีโนมีนอน ปาร์ตี้ » Logged


Ryu,the Mercenary
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 413


Email
« Reply #3 on: October 03, 2002, 09:18:20 PM »

ครับ พี่ปอนี่เป็นนักบุญได้เลยนะครับเนี่ย :)
Logged


มังกร
Magna Judge & SMORT
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 8806


« Reply #4 on: October 04, 2002, 12:25:26 AM »

มาศึกษาเรื่อยๆครับ พี่ปอ
ถ้าสะดวกก็ลงต่อไปนะฮะ
Logged


เซนต์ แมกนัส
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 4593



« Reply #5 on: October 04, 2002, 12:31:14 AM »

คุณน้องครับกล่าวหนักไปแล้ว อย่างพี่ยังห่างไกลคนเป็นนักบุญอีกหลายร้อยกิโล ถ้าคุณน้องเคยอ่านประวัตินักบุญบางองค์น้องจะรู้ว่า ความประเสริญเขาสูงกว่าคนธรรมดาหลายร้อยเท่า อย่างพี่แค่เอาตัวรอดไม่ให้ตกนรกได้ก็ดีใจแล้ว

ส่วนน้องนิฮิล พี่เองก็พอรู้ว่ามีคนเกลียดศาสนาคริสต์ ทำเวบโจมตีศาสนาและคอยตามด่าในบอร์ดศาสนาต่างๆอยู่บ่อยๆ ขนาดพี่เองเวลาเล่นที่บอร์ดอื่นๆ แค่รู้ว่ามีใครเป็นคริสต์ เขาก็มาด่าพระเจ้ากันแล้วแต่พี่ไม่สนใจและไม่ใส่ใจ น้องแค่ลองเข้าเวบพันทิบนะ บอร์ดห้องสมุด หมวดศาสนาและปรัชญา มีคนด่าพระเจ้า ดูถูกศาสนาที่เชื่อเรื่องพระเจ้าทุกวัน และหยาบคายด้วย จนในบอร์ดนั้นต้องลบกระทู้ทุกวันเลยทีเดียว

แต่พี่เลิกสนใจบอร์ดและเวบพวกนั้นแล้ว คนพวกนี้ได้แต่กล้าด่าเวลาสวมหน้ากากสวมตัวตนปลอม ในเวบ ที่ไม่มีใครรู้ตัวตนจริงของคนด่า ลองมาต่อหน้าสิ ไม่กล้าปากเก่งอย่างนี้หรอก

แต่สำหรับพี่ พี่กล้าพูดทุกเรื่องต่อหน้าทุกคน และไม่ดูถูกคนที่มีความเชื่อต่างจากเรา เพราะพระเยซูสอนเราให้สุภาพและถ่อมตน แม้แต่คนที่ฆ่าพระองค์ยังอภัยให้ การกระทำนั้นดังกว่าคำพูด คนที่เชื่อพระเจ้าและเป็นคนดีประจักษ์แก่โลกมีมากมาย เขาเหล่านี้เป็นพยานด้วยความดีของเขา ซึ่งดังกว่าคำพูด ที่สักแต่ออกมาจากปากมากนัก

จดหมายนักบุญเปรโต ฉบับที่1/3.8
ยอมทนทุกข์เพราะเห็นแก่ความชอบธรรม

ในที่สุดนี้ ท่านทั้งหลายจงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เห็นอกเห็นใจกัน รักกันฉันพี่น้อง มีจิตใจอ่อนโยน และอ่อนน้อม
อย่าทำการร้ายตอบแทนการร้าย อย่าด่าตอบแทนการด่า แต่ตรงกันข้ามจงอวยพรแก่เขา ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงเรียกให้ท่านกระทำเช่นนั้น เพื่อท่านจะได้รับพระพร

ดังพระคัมภีร์ว่า

ผู้ที่รักชีวิต และปรารถนาที่จะเห็นวันดี ก็ให้ผู้นั้นยั้งลิ้นของตนไม่พูดสิ่งชั่ว และห้ามปากไม่ให้พูดเป็นอุบายล่อลวง
ให้เขาละความชั่ว และกระทำความดี ให้เขาใฝ่หาสันติสุข และมุ่งดำเนินไป
เพราะว่า พระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าเฝ้าดูคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์ทรงสดับคำอ้อนวอนของเขา แต่พระพักตร์ของพระองค์ไม่เป็นมิตรกับคนทั้งหลายที่ทำความชั่ว { อสย.๘:๑๒}

ผู้ใดจะทำร้ายท่านได้ ถ้าท่านทั้งหลาย ใฝ่ใจประพฤติความดี
แต่ถึงแม้ว่า ท่านทั้งหลายต้องทนทุกข์ เพราะเหตุประพฤติการชอบธรรม ท่านก็เป็นสุข อย่ากลัวเขา และอย่าคิดวิตกไปเลย
แต่ จงนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า คือพระคริสต์ในจิตใจของท่าน จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ ที่จะให้คำอธิบายแก่ทุกคนที่อยากทราบเหตุผลแห่งความหวังของท่าน จงอธิบายด้วยใจสุภาพอ่อนโยน และด้วยความเคารพอย่างบริสุทธิ์ใจ เพื่อว่าเมื่อท่านถูกใส่ร้าย ผู้ที่กล่าวร้ายความประพฤติดีของท่านตามคำสอนของพระคริสตเจ้า ก็จะต้องประสบความอับอาย

หากเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า การทนทุกข์เพราะการทำดีนั้น ย่อมดีกว่าการทนทุกข์เพราะทำความชั่ว
Logged


Ryu,the Mercenary
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 413


Email
« Reply #6 on: October 04, 2002, 12:50:36 AM »

คนเป็นคริสต์นี่ดีจริง ๆ เลยนะครับ คนอย่างผมดีไม่ดีลองได้ยินใครด่าแบบที่พี่ว่าแล้ว ผมคงว่าย้อนไปดุจพญามังกรไฟแหง ๆ เลยครับ :-\ แต่เอาเถอะครับ ทุกวันนี้ผมเองก็พยายามทำให้ให้เป็นคนดีเรื่อยมาครับ :)
Logged


Little Lamb, the Little Angel
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 5087


Email
« Reply #7 on: October 04, 2002, 04:24:51 AM »

น้องRyu,the Hero of Dragon  ก็สามารถนำคติข้อคิดที่ได้ไปปฏิบัติได้นิจ๊ะ

น้องไม่ได้เป็นคริสต์ก็สามารถนำไปปฏิบัติได้ค่ะ  การทำความดี ทำสิ่งที่ดี  ไม่มีคำว่าของใคร หรือศาสนาใด อยู่แล้ว  

ค่อยๆทำทีละนิด  เปลี่ยนแปลงตัวเองทีหล่ะหน่อย  ไม่ว่าจะคำสอนของศาสนาไหนก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น  ;)
Logged


Ot@,the CM Idol
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1252


Email
« Reply #8 on: October 06, 2002, 02:40:32 AM »


น้องRyu,the Hero of Dragon  ก็สามารถนำคติข้อคิดที่ได้ไปปฏิบัติได้นิจ๊ะ

น้องไม่ได้เป็นคริสต์ก็สามารถนำไปปฏิบัติได้ค่ะ  การทำความดี ทำสิ่งที่ดี  ไม่มีคำว่าของใคร หรือศาสนาใด อยู่แล้ว  

ค่อยๆทำทีละนิด  เปลี่ยนแปลงตัวเองทีหล่ะหน่อย  ไม่ว่าจะคำสอนของศาสนาไหนก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น  ;)

อื้อ อันนี้จริงคับ  การทำ"ดี"ทำได้ ไม่ว่าจะอยู่ศาสนาไหนก็ตาม แต่ขึ้นอยู่กับแนวทางความเชื่อและศรัททา ของตัวทุกๆคน  ว่าจะมีในด้านไหน และเราก็สามารถนำข้อคิดหลายๆอย่างของผู้อื่นมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับตัเราก็ได้ด้วยอ่า

    **พี่ปอ เปรียบเสมือน ไอด้อล ของเด็กหลายๆคน ที่รู้จักพี่ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ชี้ว่าพี่ปฏิบัติตัวเป็นคนที่น่าชื่นชมขนาดไหน  ;D
ร้ากกกกพี่ปอจางงงเยยย
Logged


Ryu,the Mercenary
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 413


Email
« Reply #9 on: October 06, 2002, 10:11:09 PM »

เอ่อ ขอโทษที่ขัดจังหวะพี่ ๆ นะครับ คือว่าคนโอตะคุงโพสซ้ำแบบนี้พี่xenoxไม่ว่าเอาเหรอครับ ??? แล้วก็ ไอด้อลนี่ตกลงแปลว่าอะไรกันแน่เหรอครับ ผมชักไม่แน่ใจแล้ว ???
Logged


Nihil
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 12423


Email
« Reply #10 on: October 06, 2002, 11:34:45 PM »

อาขอบคุณครับพี่ เนื้อหาในนั้นน่าสนใจทีเดียว

ว่างๆอยากถกเรื่องนี้หลายๆเรื่องกับพี่จัง


ตอบ ryu คุง ไอด้อล หมายถึงรูปเคารพ แต่ความหมายสมัยนี้ ทำนองคล้ายๆ "ดารา" หรือ "คนที่คนอื่นอยากเอาเป็นแบบอย่าง" ที่คล้ายๆเป็นศูนย์รวมความสนใจของคนอะฮะ ในที่นี่หมายถึงพี่ปอเป็นคนเด่นคนดี ที่เป็นตัวอย่างดีๆให้หลายๆคนเอาอย่างไงฮะ :D
« Last Edit: October 06, 2002, 11:53:01 PM by Nihil » Logged


Ot@,the CM Idol
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1252


Email
« Reply #11 on: October 07, 2002, 01:24:38 AM »


เอ่อ ขอโทษที่ขัดจังหวะพี่ ๆ นะครับ คือว่าคนโอตะคุงโพสซ้ำแบบนี้พี่xenoxไม่ว่าเอาเหรอครับ ??? แล้วก็ ไอด้อลนี่ตกลงแปลว่าอะไรกันแน่เหรอครับ ผมชักไม่แน่ใจแล้ว ???

อ่าคับ คือว่าที่โพสติดกัน2ครั้ง เพราะว่าผมไม่รู้ว่าจะ quote 2ข้อความ มาในข้อความเดียวได้ไงอะคับ ขอโทษด้วยละกัลนะฮะ
 ส่วนคำว่าIdol นั้นคือ "คนที่จะนำมาเป็นแบบอย่าง" หรือ "บุคคลตัวอย่าง" และ "บุคคลที่ต้องการจะเป็น"แต่ในปัจจุบันนิยมใช้กันผิดๆว่า "ดารา"นะฮะ  :P
ร้ากกกพี่ปอจางงเยยย :-*
Logged


Little Lamb, the Little Angel
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Female
Posts: 5087


Email
« Reply #12 on: October 07, 2002, 05:31:12 AM »


อาขอบคุณครับพี่ เนื้อหาในนั้นน่าสนใจทีเดียว

ว่างๆอยากถกเรื่องนี้หลายๆเรื่องกับพี่จัง




ก็คุยสิค่ะ  บอร์ดนี้เอาไว้คุยกะพี่ๆอยู่แล้ว ;)
Logged


Nihil
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 12423


Email
« Reply #13 on: October 09, 2002, 04:26:25 AM »

อืม งั้นคุยกระทู้นี้ได้เลยป่าวครับ

เรื่องความเชื่ออะครับ เอาแค่ในศาสนาคริสต์เหมือนกัน ที่ยังมีหลายนิกาย หลายแนวคิดความเชื่อ ที่มีรูปแบบต่างๆกัน ของนิกายนึงอาจว่าแบบนึง อีกนิกายอาจว่าอีกแบบ อย่างเช่นที่ คริสเตียนไม่ได้เคารพ พระแม่มารีย์ หรือขึ้นตรงต่อศาสนจักร ที่เขาเชื่อว่ามนุษย์ไม่ต้องอาศัยพิธีกรรมอะไรมาเกี่ยวใช่ไหมฮะ แล้วยังมีความเชื่อ อื่นๆอีก

เลยอยากถามความเห็นพี่อะฮะ ว่าพี่ๆคิดยังไงเรื่องนี้
ในจุดที่แตกต่างอย่างนี้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า อันไหน ความเชื่อ หรือรูปแบบไหนกันแน่ที่ถูกต้องจริงตามคำสอนพระเยซูกันแน่

ที่จริงผมยังมีความสงสัยเรื่องความเชื่อวัฒนธรรมที่แตกต่างอีกอะฮะ เหมือนความเชื่อที่นึงว่าทำแบบนี้ดี อีกที่ว่าไม่ดีบาปไม่ควรทำ เราจะเอาอะไรแน่ใจได้ไงว่าแบบไหนถึงถูกต้องกันแน่ เลยอยากรู้ว่าพี่ๆมีความเห็นเรื่องนี้ยังไงฮะ
Logged


เซนต์ แมกนัส
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 4593



« Reply #14 on: October 09, 2002, 05:11:28 AM »

ลก 10/25

ขณะนั้น นักกฎหมายคนหนึ่งยืนขึ้นทูลถามเพื่อจะจับผิดพระองค์ว่า "พระอาจารย์ ข้าพเจ้าจะต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร?"  

พระองค์ตรัสถามเขาว่า "ในธรรมบัญญัติมีเขียนไว้อย่างไร? ท่านอ่านว่าอย่างไร?"  

เขาทูลตอบว่า "ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดกำลัง และสุดสติปัญญาของท่าน ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง"  

พระองค์ตรัสกับเขาว่า "ท่านตอบถูกแล้ว จงทำเช่นนี้ แล้วจะได้ชีวิต"

นี่คือบัญญัติเอกของพระองค์ ดังนั้นเราจึงต้องยึดสิ่งนี้ไว้สูงสุด ส่วนอื่นเป็นส่วนปลีกย่อยออกมา และหลายๆอย่าง คิดปฎิบัติกันหลังจากพระองค์หลายปี

แต่นั่นหมายความว่าพิธีกรรมต่างๆ มันไม่สำคัญหรือลองฟังเรื่องนี้

ลก 20/22

เป็นการถูกต้องหรือไม่ที่จะเสียภาษีแก่ซีซาร์?'  

"เอาเงินเหรียญให้เราดูสักเหรียญหนึ่งเถิด รูปและคำจารึกนี้เป็นของใคร?' เขาตอบว่า 'เป็นของซีซาร์'  

พระองค์จึงตรัสตอบเขาว่า 'ฉะนั้น จงคืนของของซีซาร์ให้แก่ซีซาร์ -และจงคืนของของพระเจ้าให้แก่พระเจ้าเถิด'  

พระองค์ไม่ได้บอกว่าทำตามแต่คำสอนพระเจ้าอย่างเดียว แต่เรายังมีหน้าที่พลเมือง หน้าที่ในสังคม ทางประเพณีและวัฒนธรรมด้วย และแน่นอน เราอยู่ในศาสนาใด เราย่อมปฎิบัติตามกฎระเบียบของศาสนานั้น แม้จะเป็นการตราขึ้นหลังพระศาสดา

มธ 16/17
พระเยซูเจ้าตรัสตอบเขาว่า 'ซีโมน บุตรของยอห์น ท่านมีสุข! เพราะว่า ไม่ใช่มนุษย์ที่เปิดเผยให้ท่านทราบ แต่พระบิดาเจ้าของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงเปิดเผย  

เรากล่าวแก่ท่านว่า ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา ประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้  

เรามอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้บนแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย'  


พระเยซูคริสต์ได้ทรงกล่าวชัดแจ้งเรื่องการตั้งพระศาสนจักรและเปโตรคือผู้นำ และสามารถปรับปรุง และเพิ่มเติม บางสิ่งบางอย่างได้ แม้ในทางปฎิบัติเราจะพบว่ามีสันตะปาปาบางองค์ ไม่เป็นสันตะปาปาที่ดีนัก แต่พระศาสนจักรของพระองค์...นรกไม่มีวันชนะ เราก็ได้เห็นว่า ในประวัติศาสตร์ ได้มีนักบุญและบุคคลที่พระเจ้าทรงใช้มากมายที่มาแก้ไขให้ที่ร้ายกลายเป็นดี เสมอๆ



ส่วนในกรณีไม่นับถือพระแม่มารีย์ น้องลองคิดดูเองว่ามีคนบอกว่ารักน้อง แต่รังเกียจแม่น้องนี่มันหมายความว่าอย่างไร

เราไม่ได้เคารพพระนางมารีย์เป็นพระเจ้า แต่เราให้ความเคารพในฐานะมารดาพระเจ้า

ลก 1/41

เมื่อนางเอลีซาเบธได้ยินคำทักทายของพระนางมารีย์ บุตรในครรภ์ก็ดิ้น นางเอลีซาเบธได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม  ร้องเสียงดังว่า "เธอมีบุญยิ่งกว่าหญิงใดๆ และบุตรของเธอก็มีบุญด้วย


ทำไมหนอพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงมาเยี่ยมเยียนข้าพเจ้าเล่า?  


คนที่พูดประโยคนั้นแท้จริงคือพระจิตเจ้านะครับไม่ใช่นักบุญเอลิซาเบธ ถ้าใครเป็นคริสต์แล้วไม่รักนับถือพระแม่มารีย์ ก็เท่ากับเสียโอกาสในการได้รู้จักความรักอันหาขอบเขตมิได้จากดวงใจของแม่ที่แสนน่ารัก ที่พระเยซูคริสต์มอบให้เราทุกคนที่เชิงกางเขน และเท่ากับเขาบอกว่าเขาไม่ใช่พงศ์พันธ์ของสตรีในพระวิวรณ์ที่ พระคัมภีร์บอกชัดเจนว่าพงศ์พันธุ์ของนางคือคนที่เชื่อในพระเยซูเจ้า  เราคงต้องสงสารเขามากว่าจะรู้สึกอย่างอื่นอย่างอื่น

Logged


เซนต์ แมกนัส
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 4593



« Reply #15 on: October 09, 2002, 05:21:37 AM »

พระเยซูเจ้าและพระแม่มารีย์ได้ประจักษ์มาหา วาสุลา ไรเดน สตรีชาวออธอดอกซ์  เกิดในอียิปต์มารดาเป็นกรีก สาสน์ของพระเยซูที่ตรัสแก่เธออยู่ในช่วงยุคสมัยเรากล่าวคือเริ่มตั้งแต่1985นี้เอง และทุกวันนี้เธอยังเดินทางและเผยแพร่สารของพระองค์อยู่

เธอได้รับสารสำคัญจากพระเยซูในเรื่องการรวมศาสนจักรคาทอลิคและออธอดอกซ์ วาสุลา คิดว่าเป็นไปไม่ได้เลย เธอไม่กล้าที่จะเข้าคุยกับพระสันตะปาปา เธอว่า

"เขาจะฟังลูกหรือ ลูกไม่ใช่นิกายเดียวกับเขา"

พระเยซูเจ้าบอกเธอว่า

"ไม่มีคำว่านิกายนั้นนิกายนี้...สำหรับเรา...มีแต่คำว่า........ลูกของเรา"
Logged


Nihil
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 12423


Email
« Reply #16 on: October 10, 2002, 12:00:51 AM »

อาาา ขอบคุณครับพี่ปอ :)

ที่ถามเพราะผมเคยคุยกับคริสเตียน ที่มีจุดแตกต่างจากคาทอลิค
อย่างคนที่เชื่อว่ามนุษย์เราสามารถสื่อสารกับพระเจ้าได้เลย ไม่ต้องผ่านพิธีกรรม ไม่ต้องขึ้นกับศาสนจักรอะไร

ถ้าอย่างนั้นหมายความว่า ไม่เกี่ยวกับนิกายความเชื่ออะไร ความแตกต่างทางความเชื่อ และ รูปแบบไม่มีผิด ไม่มีถูก ใช่ไหมครับ
(อ้ออีกนิด ถ้าอย่างบัญญัติจงนมัสการพระเป็นเจ้าผู้เดียวของเจ้า หรือ ที่ทางคริสเตียนรู้สึกว่าอย่าเคารพรูปเคารพนี้ ถ้าสมมุติเราเป็นคริสต์ที่อยู่ในสังคมเช่นพุทธแบบนี้ แล้วมีเหตุจำเป็นต้องร่วมงานร่วมกิจกกรมทำอะไรของศาสนาอื่น การร่วม การสวด อะไรแบบนี้ถือว่าผิดไหมครับ)
« Last Edit: October 10, 2002, 12:08:10 AM by Nihil » Logged


เซนต์ แมกนัส
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 4593



« Reply #17 on: October 10, 2002, 12:34:11 AM »

เราก็สื่อสารกับพระเจ้าได้เลยจริงๆทั่นแหละ แต่พิธีกรรมต่างๆเราทำเพื่อโมทนาคุณพระเจ้านะน้องไม่ได้ทำเพื่อสื่อสาร เราทำเพื่อขอบพระคุณและสรรเสริญพระองค์ ซึ่งการทำแบบนี้มีมาตั้งแต่สมัยพระเยซูเจ้า และพระองค์ก็ปฎิบัติลองอ่านดูในพระคัมภีร์สิ พระเยซูก็ทำอะไรต่อมิอะไรในศาลาธรรม ไม่ใช่ว่าเอาแต่แอบทำอยู่กับบ้าน

ส่วนเรื่องการจะสื่อกับพระเจ้าง่ายๆ พี่ว่าต้องระวังอย่างมากๆนะ น้องคงเคยพบคนที่ชอบอ้างว่าพระจิตดลใจเขาอย่างโน้นอย่างนี้ แต่พูดออกมาแต่ละคำ มีแต่อคติและห่างไกลจากความเข้าใจในพระคัมภีร์เบื้องต้นด้วยซ้ำ บางครั้งการที่เข้าใจว่าสื่อกับพระเจ้าง่ายเกินไปอาจกลายเป็นเอาความคิดตัวเองไปยัดเยียดว่าเป็นของพระเจ้าก็ได้ ซึ่งทำให้เกิดลัทธิประหลาดมากมายในหมู่โปรแตสแตนท์ ซึ่งเราคงเห็นตามข่าวต่างประเทศอยู่

ส่วนเรื่องรูปเคารพ เราต้องเข้าใจว่าในพระธรรมเก่านั้น ปัญหานี้รุนแรงที่สุดในตอนโมเสสทุ่มบัญญัติใส่วัวทองคำ น้องคิดบ้างไม๊ว่ามันซ้ำซ้อนกับข้อ1เหมือนจะย้ำมากกว่า และน้องคงฉุกคิดได้ว่าแผ่นบัญญัติชุดแรกน่ะแตกไปแล้ว  ดังนั้นน้องคิดเองน่ะ พี่ไม่บอกว่าความเป้นไปได้ในข้อนี้หมายถึงอะไร

น้องกลับไปอ่านที่พี่ตอบใหม่นะ มันเคลียร์เรื่องนี้ไปแล้วตั้งแต่

"ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดกำลัง และสุดสติปัญญาของท่าน ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง"  

เรารักและเคารพพ่อแม่ของเรา แต่ถ้าเรามีเพื่อน เราก็ควรให้ความเคารพต่อพ่อแม่ของเพื่อนด้วย แต่จะเคารพพ่อแม่เพื่อนมากกว่าพ่อแม่ตัวเองนี่มันก็ไม่เหมาะสมใช่ไม๊

น้องอ่านประโยคสีแดงๆนั่นอีกครั้งนะ อ่านดีๆว่าพระองค์ "สอนให้ทำ" หรือ"ห้ามไม่ให้ทำ" กันแน่ พระเยซูเจ้าไม่ใช่คนทำตามกฎที่เป็นตัวอักษร แต่ทรงสอนให้ทำด้วยความรัก เมตตา พระองค์เปลี่ยนบัญญัติ10ข้อยืดยาวที่พวกฟาริสีถือเป๊ะๆตามตัวอักษร จนเที่ยวรังเกียจคนต่างชาติต่างศาสนา แต่พระเยซูสอนหักหน้าคนพวกนี้ว่าให้รักแม้แต่ชาวสะมาเรียที่ต่างชาติต่างศาสนาและบอกว่าเขาจะได้เข้าสวรรค์ก่อนฟาริสีและคัมภีราจารย์ด้วยซ้ำ

ถ้าเรารักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตใจต่อให้อยู่ที่ไหนชนชาติใดศาสนาใด เราก็ไม่มีวันที่จะผิดพระบัญญัติข้อเอกแน่ๆ

น้องลองหาประวัติแม่ชีเทเรซา แห่งกัลกัตตามาอ่านนะ น้องจะรู้คำตอบของการควรประพฤติตัวด้วยความรักของพระเยซูในท่ามกลางคนต่างชาติต่างศาสนา ไม่ใช่การกลับไปทำตัวเป็นฟาริสีที่เที่ยวรังเกียจสิ่งที่คนอื่นเคารพนับถือ

จงสอนคริสเตียนคนนั้นด้วย สิ่งเดียวที่เราชาวคริสต์ควรรังเกียจ คือ บาป ไม่ใช่เพื่อนมนุษย์ต่างศาสนา
Logged


Nihil
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 12423


Email
« Reply #18 on: October 11, 2002, 03:37:37 AM »

ขอบคุณครับพี่ปอ :)
ไว้วันหลังผมมีปัญหาอะไรที่ไม่แน่ใจแบบนี้ขอเอามาถามอีกนะครับ
Logged


เซนต์ แมกนัส
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 4593



« Reply #19 on: October 11, 2002, 04:41:36 AM »

ยินดีครับ อย่างพี่เองเวลาสวดในหมู่มากเช่นตอนเรียนรด.จะมีบังคับสวดมนต์พุทธพร้อมกันหมด พี่ก็สวดข้าแต่พระบิดา วันทามารีอานะ พนมมือเหมือนกันแต่สวดของเราในใจเพราะพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทรงอยู่ทุกหนทุกแห่งอยู่แล้ว และทุกอย่างก็เป็นของพระองค์ จะจุดไหนในโลกก็สวดหาพระองค์ได้หมด
Logged


Nihil
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 12423


Email
« Reply #20 on: October 03, 2004, 06:54:46 PM »

2 ตุลากลับมาอีกรอบ ขอดันนะครับ  ;D
Logged


Ot@,the CM Idol
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1252


Email
« Reply #21 on: October 03, 2004, 08:46:51 PM »

ยินดีครับ อย่างพี่เองเวลาสวดในหมู่มากเช่นตอนเรียนรด.จะมีบังคับสวดมนต์พุทธพร้อมกันหมด พี่ก็สวดข้าแต่พระบิดา วันทามารีอานะ พนมมือเหมือนกันแต่สวดของเราในใจเพราะพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทรงอยู่ทุกหนทุกแห่งอยู่แล้ว และทุกอย่างก็เป็นของพระองค์ จะจุดไหนในโลกก็สวดหาพระองค์ได้หมด
แอบตกใจ เหมือนกันเลยโดยไม่ได้นัดหมาย

มีเพื่อนคนนึงของผม ตอนที่เขาเห็นผมสวดเค้าก็ถามว่าทำอะไร ก็บอกว่าสวดมนต์
มันก็บอกว่า อ้าวไม่ได้เป็นคนคริสต์หรอ เราก็บอกว่าเป็น สวดวันทามารีอาอยู่นี่ไง
มันก็บอกว่าตัวมันเองก็เป็นลูกแม่เหมือนกัน แต่ไม่กล้าสวด

เขาอายเพราะไม่เหมือนคนอื่น

แต่เมื่อเขาเห็นผมสวด เขาจึงเริ่มสวด แล้วเราก็สวดด้วยกัน

เป็น2เสียงสรรเสริญแม่ ท่ามกลางบทพุทธโธของคนอีกหลายพัน :)
Logged


เซนต์ แมกนัส
Administrator
Member
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 4593



« Reply #22 on: October 04, 2004, 01:36:20 AM »

ยินดีครับ อย่างพี่เองเวลาสวดในหมู่มากเช่นตอนเรียนรด.จะมีบังคับสวดมนต์พุทธพร้อมกันหมด พี่ก็สวดข้าแต่พระบิดา วันทามารีอานะ พนมมือเหมือนกันแต่สวดของเราในใจเพราะพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทรงอยู่ทุกหนทุกแห่งอยู่แล้ว และทุกอย่างก็เป็นของพระองค์ จะจุดไหนในโลกก็สวดหาพระองค์ได้หมด
แอบตกใจ เหมือนกันเลยโดยไม่ได้นัดหมาย

มีเพื่อนคนนึงของผม ตอนที่เขาเห็นผมสวดเค้าก็ถามว่าทำอะไร ก็บอกว่าสวดมนต์
มันก็บอกว่า อ้าวไม่ได้เป็นคนคริสต์หรอ เราก็บอกว่าเป็น สวดวันทามารีอาอยู่นี่ไง
มันก็บอกว่าตัวมันเองก็เป็นลูกแม่เหมือนกัน แต่ไม่กล้าสวด

เขาอายเพราะไม่เหมือนคนอื่น

แต่เมื่อเขาเห็นผมสวด เขาจึงเริ่มสวด แล้วเราก็สวดด้วยกัน

เป็น2เสียงสรรเสริญแม่ ท่ามกลางบทพุทธโธของคนอีกหลายพัน :)



ขอพระเจ้าและแม่พระอวยพระพร

มธ 5:13-16  เกลือดองแผ่นดิน และแสงสว่างส่องโลก
“ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดิน ถ้าเกลือจืดไปแล้ว จะเอาอะไรมาทำให้เค็มอีกเล่า เกลือนั้นย่อมไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากจะถูกทิ้งให้คนเหยียบย่ำ  “ท่านทั้งหลายเป็นแสงสว่างส่องโลก เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาจะไม่ถูกปิดบัง  ไม่มีใครจุดตะเกียงแล้วเอามาวางไว้ใต้ถังแต่ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนในบ้าน  ในทำนองเดียวกัน แสงสว่างของท่านต้องส่องแสงต่อหน้ามนุษย์  เพื่อคนทั้งหลายจะได้เห็นกิจการดีของท่าน และสรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์
Logged


Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2015, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Page created in 0.119 seconds with 21 queries.